ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการฝังเข็ม
โดยปกติร่างกายของเราจะอยู่ในภาวะสมดุล ทำให้อวัยวะต่างๆ สามารถทำงานตามหน้าที่ของอวัยวะนั้นๆ ได้อย่างปรกติและประสานสอดคล้องกันเป็นอย่างดี แต่ถ้ามีเหตุให้เสียสมดุลไป อวัยวะต่างๆ ก็จะทำงานผิดปกติไป ซึ่งหากความผิดปกตินั้นไม่สามารถแก้ไขให้อยู่ในกลับคืนเดิมได้ อาการเจ็บป่วยและโรคจึงเกิดขึ้น
ตามทฤษฎีแพทย์แผนจีน เชื่อว่าการฝังเข็มทำให้ระบบลมปราณหมุนเวียนดีขึ้นและช่วยปรับสมดุลของร่างกาย นอกจากนี้ยังมีการศึกษาที่พบว่าการฝังเข็มทำให้เกิดการหลั่งสาร เอนโดรฟิน,ออโตคอย์ ที่สามารถช่วยระงับอาการปวดและอาการอักเสบได้ดีอีกด้วย
การฝังเข็มเป็นการใช้เข็มขนาดเล็กๆ ปักเข้าไปตามจุดเฉพาะต่างๆ ( Acupoints ) ของร่างกายเพื่อปรับสมดุลของร่างกายและเพื่อระงับความเจ็บปวด เมื่อฝังเข็มผ่านชั้นผิวหนังลงไป อาจมีอาการเจ็บๆ หน่วงๆ อยู่บ้างแต่ไม่มากนัก ความเจ็บโดยทั่วไปน้อยกว่าการฉีดยามากหรืออาจไม่รู้สึกเลย การฝังเข็มแทบไม่มีอันตรายเลยหากดำเนินการภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งหากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ หรือเป็นบุคคลที่ไม่ได้ศึกษามาอย่างแท้จริงก็อาจเกิดอันตรายแก่ผู้มารับบริการ เพราะมีอวัยวะสำคัญหลายตำแหน่งที่ต้องระมัดระวัง
องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศรับรองและกำหนดรายชื่อโรคที่ใช้การฝังเข็มรักษาได้ไว้มากถึง 57 โรค ในปี 1995 และได้เพิ่มเติมโรคที่ได้ทำการวิจัยโดยใช้กลุ่มเปรียบเทียบอีก 4 ประเภทหลักในปี 2002
กลุ่มอาการหลักๆ และโรคที่ใช้การฝังเข็มได้ผลและให้ผลดีเยี่ยม แบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ
- อาการปวดต่างๆ เช่น ไมเกรน ปวดหลัง ปวดศีรษะ
- โรคเกี่ยวกับเส้นประสาท เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต กระดูกทับเส้น
- โรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ กระดูก ข้อเสื่อม ปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง
- โรคเกี่ยวกับภูมิแพ้ เช่น แพ้อากาศ ลมพิษ
- โรคอื่นๆ เช่น นอนไม่หลับ ใจสั่น อาหารไม่ย่อย ฯลฯ
ปัจจุบันการฝังเข็มได้รับความนิยมไปทั่วโลก โรงเรียนแพทย์แผนจีนในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และออสเตรเลียกว่า 60% ให้ความสนใจในศาสตร์ฝังเข็ม จึงมีแผนกฝังเข็มและการสอนวิชาการฝังเข็มและสมุนไพรอยู่ทุกมลรัฐ โรงเรียนแพทย์แผนปัจจุบันก็มีผสมผสานอยู่ประมาณ 10% รวมถึงโรงเรียนแพทย์บางแห่งในประเทศไทยด้วย ดังนั้นการฝังเข็มรักษาเหมาะสำหรับโรคและกลุ่มอาการทุกชนิดดังกล่าวไว้ข้างต้น ที่เกิดจากความเจ็บป่วยจากภาวะการไหลเวียนของพลังและเลือดติดขัดไม่สมดุล โรคเรื้อรังที่ต้องได้รับการบำรุง ยกเว้นกลุ่มอาการของโรคติดเชื้อ เนื้องอก และเวชกรรมฉุกเฉินที่ควรใช้ร่วมกับเวชกรรมปัจจุบัน
ผู้ป่วยควรมารับการรักษาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้งติดกัน 10 ครั้ง หลังจากนั้นอาจลดความถี่ลงได้บ้างขึ้นอยู่กับอาการของความเจ็บป่วยและดุลยพินิจของแพทย์ผู้ให้การรักษา ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สูงสุดสำหรับตัวผู้ป่วยเอง
หลากเรื่องราวที่น่ารู้เกี่ยวกับการฝังเข็ม และคำถามที่พบบ่อย
1. ข้อห้ามสำหรับการฝังเข็ม
- ผู้ที่เป็นโรคเลือดที่มีความผิดปกติของระบบแข็งตัวของเลือดมากๆ โรคที่ต้องผ่าตัดอย่างแน่นอน
และโรคที่ยังไม่ทราบการวินิจฉัยที่แน่นอน ผู้ป่วยโรคมะเร็ง และหญิงตั้งครรภ์ระยะแรกๆ
2. ควรดูแลตัวเองอย่างไรหลังได้รับการฝังเข็ม
- วันที่รับการฝังเข็มควรพักผ่อนให้เพียงพอให้ร่างกายได้ปรับตัว ทานอาหารอ่อนย่อยง่าย ไม่ควรกลับไปทำงานหนัก หรืออกกำลังกาย ต่อถ้าจำเป็นให้ทำงานเบาๆ หลังงีบสักพัก หลังการรักษา เพราะอาจง่วงมากในบางราย
3. ระยะเวลาในการรักษานานเท่าไร
- ขึ้นอยู่กับอาการ เริ่มต้นใช้ 1-3 ครั้งก็อาจดีขึ้น โดยทั่วไปใช้การรักษาอย่างน้อย 10 ครั้งติดต่อกัน แล้วเว้นระยะสักหนึ่งอาทิตย์แล้วสามารถเริ่มได้อีก
4. ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันมากเกินไปหรือโรคภูมิแพ้ การฝังเข็มสามารถช่วยรักษาได้อย่างไร
- การฝังเข็มจะช่วยยับยั้งปฏิกิริยาภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นมากเกินไปให้ลดน้อยลงได้ จนทำให้ระยะกลับมาเป็นใหม่ยืดออกไปหรือหายไป ต่างจากการใช้ยาซึ่งเมื่อหยุดยาแล้วอาการทุกอย่างจะปรากฏออกมาอีกเหมือนเดิม
5. หญิงมีครรภ์สามารถฝังเข็มเพื่อการรักษาโรคได้หรือไม่
- ได้ แต่ควรเป็นระยะ กลางๆ หรือท้ายๆ ของการตั้งครรภ์ เพราะสามารถช่วยลดอาการอื่นๆ และทำให้เด็กคลอดหรือกลับหัวได้ง่าย และยังช่วยระงับการปวดศีรษะหลังคลอดได้เป็นอย่างดี
6. การฝังเข็มที่ศีรษะจะทำอันตรายให้กับสมองจริงหรือ
- ไม่จริง ความจริงแล้วเข็มจะปักอยู่ใต้ชั้นหนังศีรษะ เข็มที่ปักนั้นไม่สามารถจะผ่านกะโหลกศีรษะเข้าไปได้ ดังนั้นจึงไม่มีอันตรายต่อเนื้อสมองอย่างแน่นอน ตรงกันข้าม อาจช่วยให้เลือดลม อ๊อกซิเจน ไปสู่สมองได้ดีขึ้น
7. การฝังเข็มสามารถรักษาโรคมะเร็ง โรคทางกรรมพันธุ์ และโรคพิการจากอุบัติเหตุได้จริงหรือ
- ไม่จริง แต่จะทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ต่อสู้โรคได้อีกนาน นอกจากนี้ยังไม่สามารถรักษาโรคทางกรรมพันธุ์ โรคที่เป็นความพิการแต่กำเนิด โรคพิการจากอุบัติเหตุ เป็นต้น
8. การฝังเข็มสามารถรักษาอาการปวดต่างๆ ของร่างกายได้หรือไม่ (คำถามที่พบบ่อยที่สุด)
- ได้ เพราะการกระตุ้นด้วยเข็มทำให้มีการหลั่งสาร เอนโดรฟิน ,ออโตคอยด์ มากขึ้นซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ในการระงับอาการปวด นอกจากนี้ทำให้เส้นทางเดินลมปราณคลายจากการติดขัด
9. ผู้ป่วยที่แพ้ยาสามารถรักษาโรคด้วยการฝังเข็มได้หรือไม่
- ได้ เพราะการฝังเข็มจะไม่ใช้ยาหรือสารเคมีใดๆ ในการรักษา ผู้ป่วยจึงไม่ต้องกังวลถึงการแพ้ยา
10. รู้หรือไม่ว่าในอดีตและปัจจุบัน เข็มที่ใช้ในการฝังทำมาจากวัสดุอะไร
- เข็มที่ใช้ในสมัยโบราณทำมาจากหิน กระดูก กิ่งไม้ เครื่องเคลือบดินเผา
- เข็มในปัจจุบันมีสามแบบ คือ ทอง เงิน และสแตนเลส แต่เข็มทองแพงสุด หายาก รองลงมาคือเงิน สแตนเลสถูกสุด แต่คุณภาพไม่ต่างกันเลย
|